แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งที่ลูกระเบิดจม

สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกของประเทศไทยที่สร้างข้ามแม่น้ำแม่กลองกลางเมืองราชบุรี เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เพราะต้องการหลีกเหลี่ยงการก่อสร้างตะม่อใต้น้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ลูกระเบิดทั้ง 7 ลูก ที่ยังจมอยู่ เกิดการระเบิดขึ้นมาได้ ดังนั้น คำว่า "สะพานขึง" กับ "ลูกระเบิด" จึงเป็นคำที่เป็นตำนานคู่กัน ของเรื่องราวที่จะเล่าขานสืบต่อกันไป

ภาพจำลองการวางทุ่นลอยน้ำถาวร
แสดงตำแหน่งลูกระเบิดและหัวรถจักรที่จม

เนื้อหา
  • มันจมอยู่ตรงไหน
  • มาตรฐานสากลระบบทุ่นลอยน้ำ
  • ประเภททุ่นลอยที่ควรติดตั้ง
  • เป็นสากลและเกิดจินตนาการ
  • ใครจะเป็นเจ้าภาพหลัก
  • ขอให้สำเร็จโดยเร็ว

มันจมอยู่ตรงไหน
หากใครไปยืนชมวิวสะพานขึงทางรถไฟใหม่ หรืออาจนั่งรถไฟผ่าน ก็จะมองไปยังแม่น้ำแม่กลองบริเวณใต้สะพาน แล้วมักจะถามว่า "ลูกระเบิดมันจมอยู่ตรงไหน" เมื่อก่อนตอนเริ่มค้นหา ก็จะมีทุ่นลอยกลม ๆ สีแดง หรือสีส้ม ผูกให้เห็นอยู่ แต่มันเป็นเพียงทุ่นลอยชั่วคราว นานไปก็มักชำรุด เชือกขาด สูญหายไปตามกาลเวลา เดี๋ยวนี้อาจไม่มีให้เห็นแล้ว

ที่มาของภาพ (Suchart Chantrawong. 2562)

ตำแหน่งลูกระเบิดทั้ง 7 ลูกและตำแหน่งของหัวรถจักรที่จมอีก  1 หัว มีการบันทึกพิกัดไว้อย่างชัดเจน  ตามภาพด้านบน (อ่านเพิ่มเติม ตำแหน่งที่พบลูกระเบิดหากเรามีการติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรระบุตำแหน่งได้ ก็จะช่วยสร้างอรรถรสในการชมสะพานขึง มากยิ่งขึ้น

มาตรฐานสากลระบบทุ่นลอยน้ำ
มาตรฐานสากลระบบทุ่นลอยน้ำและระบบช่วยนำทางอื่น ๆ (Maritime Buoyage System and Other Aids to Navigation) ซึ่งกำหนดโดย International Association of Marine Aids to Navigation and Lighthouse Authorities (IALA) แบ่งประเภทออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
  1. เครื่องหมายแยกพื้นที่อันตราย (Isolated Danger Mark) เครื่องหมายนี้ จะสร้างไว้ใกล้กับบริเวณแหล่งน้ำที่มีอันตรายต่อการเดินเรือที่อยู่โดยรอบ จะแสดงขอบเขตของอันตรายและระยะการเดินเรือที่ปลอดภัย 
  2. เครื่องหมายทางน้ำที่ปลอดภัย (Safe Water Marks) เครื่องหมายนี้ แสดงขอบเขตของช่องทางเดินเรือที่ปลอดภัย  
  3. เครื่องหมายพิเศษ (Special Marks) เครื่องหมายพิเศษใช้เพื่อระบุพื้นที่พิเศษ หรือลักษณะพื้นที่ที่อาจปรากฏชัดจากแหล่งอ้างอิงหรือหลักฐานทางทะเลอื่น ๆ 
  4. เครื่องหมายอันตรายที่เกิดขึ้นใหม่ (Marking New Dangers) เครื่องหมายนี้ แสดงถึงอันตรายใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ทั้งโดยธรรมชาติ หรือที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งอาจยังไม่ปรากฏในเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเดินเรือ
  5. เครื่องหมายอื่นๆ (Other Marks) หมายถึงเครื่องหมายเพื่อช่วยการนำทางแบบอื่น ๆ อาจไม่จำเป็นเกี่ยวกับการจำกัดช่องทาง หรือสิ่งกีดขวาง
ประเภททุ่นลอยที่ควรติดตั้ง
ตำแหน่งลูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จมอยู่ทั้งเจ็ดลูก ถือว่าเป็น "อันตรายที่เกิดขึ้นใหม่" ดังนั้นทุ่นลอยน้ำจึงควรเป็นประเภทเครื่องหมายอันตรายที่เกิดขึ้นใหม่ (Marking New Dangers) ซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติตามภาพด้านล่าง (IALA.2009 : 18)

ภาพทุ่นลอยน้ำแสดงถึงอันตรายที่เกิดขึ้นใหม่  ของ IALA
ที่มาของภาพ (Ship Inspection. 2565)

ภาพทุ่นลอยน้ำแสดงตำแหน่งเรือจม หรือซากปรักหักพังใต้น้ำ
ใช้พลังงานโซล่าเซลล์ ส่งสัญญาณไฟกระพริบที่เป็นสากล

ทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งของลูกระเบิดที่จมทั้ง 7 ทุ่น โดยเปลี่ยนข้อความจาก WRECK เป็น BOMB ส่วนทุ่นลอยน้ำถาวรที่แสดงตำแหน่งการจมของหัวรถจักร อีก 1 ทุ่น เปลี่ยนข้อความเป็น ENGINE 

เป็นสากลและเกิดจินตนาการ
หากมีการติดตั้งทุ่นลอยถาวรตามที่กล่าวมาแล้ว จะเป็นประโยชน์หลายประการ อาทิ
  • ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพราะเป็นไปตามมาตรฐานสากลเกี่ยวกับระบบทุ่นลอยน้ำและระบบช่วยนำทางอื่น ๆ ของ IALA
  • นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ เกิดภาพจินตนาการเกี่ยวกับเหตุการณ์การทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ชัดเจน  มีความเข้าใจ และเกิดอรรถรสมากยิ่งขึ้น
  • เป็นการรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ที่เดินทางสัญจรไปมาทางเรือ
  • สร้างบรรยากาศให้สะพานขึงทางรถไฟมีความน่าสนใจและมีจุดดึงดูดมากยิ่งขึ้น
ใครจะเป็นเจ้าภาพหลัก
หากคิดว่าการติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งที่ลูกระเบิดจม จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของราชบุรีในอนาคต หน่วยงานที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการวางทุ่นลอยประเภทต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมเจ้าท่า  ซึ่งสามารถขอคำปรึกษา แนะนำ ให้ช่วยออกแบบ ประมาณการค่าใช้จ่าย และติดตั้งให้ได้ ส่วนหนวยงานใดในราชบุรี จะเป็นเจ้าภาพหลัก เรื่องนี้แหละสำคัญกว่า

หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของราชบุรี ก็คือ สะพานขึงทางรถไฟ แน่นอน ย่อมเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่การพัฒนาองค์ประกอบโดยรอบของแหล่งท่องเที่ยว เช่น การติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรในครั้งนี้ จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานไหน จะเป็น สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยจังหวัดราชบุรี หรือเทศบาลเมืองราชบุรี หรือเทศบาลตำบลหลักเมือง หรือต้องถึงมือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการตั้งเรื่อง จัดทำแผนงาน และของบประมาณไปตามขั้นตอน อันนี้ คงต้องช่วยกันคิด

ที่มาของภาพ
(โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร. 2565)

ขอให้สำเร็จโดยเร็ว
การติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งที่ลูกระเบิดและหัวรถจักรที่จมนี้ อาจจะมีคนคิดไว้แล้ว ก็ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จโดยเร็วก่อนที่สะพานขึงทางรถไฟจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของราชบุรี มีความพร้อมและสมบูรณ์ เกิดความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง
*********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ผู้อำนวยการสถาบันราชบุรีศึกษา 
5 ก.ค.2565

ที่มาข้อมูล
  • Suchart Chantrawong. (2562). ตำแหน่งที่พบลูกระเบิด. [Online]. Available : http://r-edu-institute.blogspot.com/2019/06/blog-post_7.html. [2565 กรกฎาคม 5].
  • Ship Inspection. (2565). Marking new dangers. [Online]. Available : http://shipinspection.eu/marking-new-dangers/. [2565 กรกฎาคม 5].
  • Wikipedia. (2565). Safe water mark. [Online]. Available : https://en.wikipedia.org/wiki/Safe_water_mark. [2565 กรกฎาคม 5].
  • International Association of Marine Aids to Navigation and Lighthouse Authorities (IALA). (2009). Maritime Buoyage System and Other Aids to Navigation. France : Saint Germain en Laye.
  • โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร. (2565). Extradosed Bridge  [Online]. Available : https://www.facebook.com/southernlinetrackdoublingproject/photos/3221120944809306. [2565 กรกฎาคม 5].

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

What is next step? สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกที่ราชบุรีใกล้เสร็จแล้ว : เตรียม นั่งกินลม ชมสะพานขึง ดูระเบิด ชมหัวรถจักร

สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างข้ามแม่น้ำแม่กลองเพื่อหนีลูกระเบิด 7 ลูก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงจมอยู่ใต้แม่น้ำแม่กลองบริเวณตัวเมืองราชบุรี ได้ประกอบพิธีเชื่อมต่อช่วงสุดท้ายบรรจบสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลอง ไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2565 แสดงว่าการก่อสร้างเกือบเสร็จแล้ว จึงนับเป็นโอกาสของ จ.ราชบุรี ที่จะมีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกของประเทศไทย
ข้ามแม่น้ำแม่กลองที่ จ.ราชบุรี 

เนื้อหา
  • สร้างสตอรี่ มีกิจกรรม
  • พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จุดศูนย์รวมความรู้
  • นั่งกินลม ชมสะพานขึง ดูระเบิด ชมหัวรถจักร 
  • พาชมเมืองเก่าราชบุรี
  • เตรียมตัวกันหรือยัง
  • ไฮไลท์ - รื้อฟื้นการเดินทางด้วยเรือ
  • สร้างตลาดน้ำริมเขื่อน
  • ลานคนเมือง
  • What is next step?

สร้างสตอรี่ มีกิจกรรม
หลายคนคงคิดเหมือน ๆ กันว่า เราจะต้องสร้างสตอรี่ และกิจกรรมที่จะทำให้สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกนี้ เป็นที่น่าสนใจ จนหลาย ๆ คน ต้องบรรจุไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยว อยากมาเยี่ยมเยือน และถ่ายรูปสักครั้งหนึ่ง อย่างเช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว ใน จ.กาญจนบุรี 

ประกอบกับเมืองราชบุรี ได้รับการอนุรักษ์เป็นเขตเมืองเก่า และกำลังสร้างโอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำ ที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งด้วย  ดังนั้น สะพานขึง ลูกระเบิด หัวรถจักร เมืองเก่า และโอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำ เป็นคำสำคัญทั้งหมด ที่ต้องมีการร้อยเรียงเรื่องราว เขียนสตอรี่ที่ดี น่าตื่นเต้น เร้าใจ และสอดคล้องกัน ผนวกกับต้องมีกิจกรรมประกอบต่าง ๆ  ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเกิดความประทับใจ 

พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จุดศูนย์รวมความรู้
สถานที่ที่ควรจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของ จ.ราชบุรี คือ บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีหลังเก่าริมน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้นด้วย ปัจจุบันกำลังก่อสร้างเป็น "ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี" (ตามโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อยกระดับการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกลุ่มทวารวดี)  ในศูนย์ฯ แห่งนี้ ควรจัดแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของ จ.ราชบุรี  เพื่อเป็นจุดศูนย์รวมความรู้พื้นฐานด้านประวัติศาสตร์สำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และผู้ที่สนใจ ใช้เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมสะพานขึง และเที่ยวชมเมืองเก่าราชบุรีต่อไป  


ภาพประกอบ : พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศอื่น ๆ

ภาพประกอบ : พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศอื่น ๆ

ภาพประกอบ : การสร้างบรรยากาศสงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศอื่น

ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ ควรจัดให้มีโต๊ะทรายจำลองเหตุการณ์ใน จ.ราชบุรี ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีภาพถ่าย อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เศษซากกระสุน ลูกระเบิด และข้าวของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้น มีการจัดนิทรรศการทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง สร้างบรรยากาศให้เหมือนในสมัยสงคราม มีการออกแบบให้ทันสมัย น่าสนใจ พร้อมมีมัคคุเทศก์คอยบรรยายให้ความรู้อย่างมีอรรถรส 

แผนที่เมืองราชบุรี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
จัดทำโดย นายสละ จันทรวงศ์

ตัวอย่าง โต๊ะทราย ใช้บรรยายให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจฟัง
(ภาพจาก อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ)


ลูกระเบิดต่าง ๆ ที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
พิพิธภัณฑ์ทุ่นระเบิดของประเทศเวียดนาม

นั่งกินลม ชมสะพานขึง ดูระเบิด ชมหัวรถจักร 
จุดชมสะพานขึง ที่สวยงามและสามารถถ่ายภาพได้เต็มความกว้างของสะพาน มองเห็นตำแหน่งของลูกระเบิดที่จมทั้ง 7 ลูก และหัวรถจักรอีก 1  หัว ได้อย่างชัดเจน  คือ บริเวณจวนผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรีหลังเก่าริมน้ำ (ปัจจุบันกำลังก่อสร้างเป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี ) และอีกจุด คือ บริเวณหน้าสโมสรนายทหาร ฝั่งค่ายภาณุรังษี  ทั้ง 2 จุดนี้ ในตอนเย็น ๆ จะเห็นดวงอาทิตย์ตกดินทางด้านหลังสะพานขึงอีกด้วย 

ในบริเวณจุดชมวิวนี้ ควรสร้างบรรยากาศ และจุดถ่ายรูปให้เหมือนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ แถมในฝั่งค่ายภาณุรังษี ยังมีศาลหลักเมืองราชบุรีให้สักการะ และพิพิธภัณฑ์ทหารช่าง ให้เยี่ยมชมอีกด้วย สำหรับบรรดาร้านอาหาร ร้านกาแฟ ต่าง ๆ ที่อยู่ริมน้ำทางด้านท้ายน้ำ ก็สามารถสร้างบรรยากาศการตลาดแบบ  "นั่งกินลม ชมสะพานขึง" ให้ลูกค้ามานั่งกินแบบชิล ๆ ได้เช่นกัน

พาชมเมืองเก่าราชบุรี
คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ราชบุรีเป็นเมืองเก่า เมื่อ 11 เม.ย.2560 ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี "ว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า พ.ศ. 2546" ปัจจุบัน มี "คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าราชบุรี" กำลังจัดทำแผนแม่บทและผังแม่บท แนวทาง แผนปฏิบัติ และมาตรการต่างๆ ในการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเขตเมืองเก่าราชบุรี โดยมี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ราชบุรี เป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ

ขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าราชบุรี

หากลองสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณเขตพื้นที่เมืองเก่าราชบุรี และพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำแม่กลองโดยรอบ จะพบสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดังนี้
  • ราชบุรีฝั่งซ้าย - ศาลหลักเมืองราชบุรี ประตูเมืองและกำแพงเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ทหารช่าง วัดท้ายเมือง วัดอมรินทราราม วัดพญาไม้
  • ราชบุรีฝั่งขวา - วัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม วัดศรีชมภูราษฎร์ศรัทธาราม วัดสัตนารถปริวัตร ตลาดริมน้ำโคยกี๊ สนามหญ้า หอนาฬิกา เขื่อนรัฐประชาพัฒนา โอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี วัดศรีสุริยวงศ์ ศาลเจ้าพ่อกวนอู หลวงพ่อแก่นจันทร์ (วัดช่องลม) พระปรางค์และหลวงพ่อมงคลบุรี (วัดมหาธาตุวรวิหาร) พระปรางค์และพระนอนใหญ่ (วัดอรัญญิกาวาส) 
เตรียมตัวกันหรือยัง
สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ ควรต้องมีการเตรียมวางแผนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาเยี่ยมชมสะพานขึงแห่งแรกของประเทศไทย และถือโอกาสแวะไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่น ๆ ดังนั้น จึงควรต้องมีเจ้าภาพที่ทำหน้าที่บูรณการ ประสานงาน กำหนดทิศทาง มาตรฐาน และการบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเขตเมืองเก่าราชบุรี และพื้นที่โดยรอบ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความประทับใจต่อนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน 

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าของพื้นที่ อย่างเช่น ททท.ราชบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาราชบุรี วัฒนธรรมราชบุรี เทศบาลเมืองราชบุรี เทศบาลตำบลหลักเมือง ทหาร ตำรวจ เจ้าของสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้ง โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ต้องมีการทำงานร่วมกัน สร้างเส้นทางการท่องเที่ยวและกิจกรรมให้น่าสนใจ อย่างสอดคล้องและต่อเนื่องกัน ยกระดับมาตรฐานและการบริการท่องเที่ยวให้เป็นสากล 

ไฮไลท์ - รื้อฟื้นการเดินทางด้วยเรือ
วิธีการที่จะให้นักท่องเที่ยวเดินทางชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ชมวิวสะพานขึง หรือเดินทางข้ามไปข้ามมาระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลน์ใหม่ที่สำคัญ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่าราชบุุรี มีจุดเด่นและดึงดูดความสนใจแก่นักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น คือ การเดินทางด้วยเรือ 

บรรยากาศการเดินทางด้วยเรือ หน้าเมืองราชบุรี ในสมัยก่อน

เรือแจว เมืองราชบุุรี

เรือหางยาว เมืองราชบุรี

การเดินทางด้วยเรืออย่างแรกที่นึกถึงก็คือ เรือแจว ซึ่งสมัยก่อนเขตเมืองราชบุรีนี้ มีอาชีพพายเรือจ้าง พายเรือแจว ขับเรือโดยสารหางยาว ขับเรือยนต์ อยู่จำนวนมาก แต่ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว เพราะมีสะพานรถยนต์และถนนเข้ามาแทน หากรื้อฝืนกลับมาได้เพื่อการท่องเที่ยว ก็จะช่วยเพิ่มสีสันให้เมืองเก่าราชบุรี และความมีชีวิตชีวาให้แม่น้ำแม่กลองได้อย่างลงตัว  แถมก่อให้เกิดอาชีพใหม่แก่คนเมืองราชบุรีอีกด้วย

การเดินทางด้วยเรือแจว

การท่องเที่ยวด้วยเรือแจว

ตัวอย่าง เรือ Gondola อัตลักษณ์ของ Venice 

เรืออีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยม และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ คือ เรือคายัค ซึ่งสามารถนำมาให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ตามโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และ ร้านกาแฟริมน้ำแม่กลองได้ นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัค ท่องเที่ยวไปสถานที่ต่าง ๆ ชมวิวริมน้ำสองฝั่งแม่กลอง และชมวิวสะพานขึง ได้อย่างอิสระ

นักท่องเที่ยวพายเรือคายัคชมสะพาน

เรือคายัคที่มีไว้ให้บริการตามโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟริมน้ำ
 
สร้างบรรยากาศตลาดน้ำริมเขื่อน 
สร้างบรรยากาศตลาดน้ำริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา โดยใช้แพ 10 หลัง ที่สร้างขึ้นให้เกิดประโยชน์ จำลองรูปแบบการค้าขายทางน้ำ ให้เหมือนบรรยากาศของตลาดน้ำดำเนินสะดวก โดยจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งของตลาดโคยกี๊ ยามเย็น 

สร้างบรรยากาศตลาดน้ำริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา

สร้างตลาดน้ำริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา
โดยใช้ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นต้นแบบ

ลานคนเมือง 
จัดพื้นที่ลานริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนาด้านทิศตะวันตก (ด้านติดกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี) ให้เป็น "ลานคนเมือง" เปิดพื้นที่ให้มีการชุมนุมและทำกิจกรรมสาธารณะที่หลากหลายตามอัธยาศัย และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจคลายเครียดของคนเมืองราชบุรี นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมแจมและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้

ลานคนเมือง ริมเชื่อนรัฐประชาพัฒนา

ลานคนเมือง ของจังหวดอื่น ๆ

What is next step? 
ผมไม่ได้ทราบข่าวประชาสัมพันธ์ใด ๆ เลยว่า จ.ราชบุรี มีแผนการจัดการและการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองราชบุรีอย่างไร หลังจากที่ สะพานขึงทางรถไฟแลนด์มาร์คแห่งใหม่ เปิดใช้งานแล้ว หรืออาจจะมีแผนอยู่แล้ว แต่ผมตกข่าว

ที่ผมเขียนมานี้ เป็นเพียงจินตนาการส่วนตัวของผมเอง หากยังไม่มีใครคิดทำ ก็ขอให้รีบคิดรีบทำเสีย เหมือนอย่างที่จังหวัดอื่น ๆ เขาคิดแล้วก็รีบทำ เพราะทั้งหมดนี้มันต้องใช้เวลา และต้องใช้ความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนของสังคม 

ลองตั้ง "คณะทำงานที่เป็นจิตอาสาขึ้นมาพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่าราชบุรี" ดูสักคณะซิครับ  โดยประกอบจากผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้มีเวทีเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำกัน เพื่อทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองราชบุรีไปด้วยกัน ผู้คนเหล่านี้จะได้มีความรู้สึกหวงแหนและรักษ์ราชบุรี อย่างแท้จริง

พลตรี ดร.สุชาต  จันทรวงศ์
ผู้อำนวยการสถาบันราชบุรีศึกษา
30 มิ.ย.2565

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

จ.ราชบุรี ทุ่มงบฯ 650 ล้านบาท พัฒนาหุบผาสวรรค์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่

จ.ราชบุรี ผนึกกำลังกับ อบจ.ราชบุรี  ประสานแผนทุ่มงบประมาณ 650 ล้านบาท พัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ 

การพัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ได้ถูกวางแผนจัดสรรงบประมาณไว้ ด้งนี้

  • ตามแผนพัฒนา จ.ราชบุรี พ.ศ.2566-2570 ใช้งบประมาณจำนวน 35 ล้านบาท (ปี  พ.ศ.2566 จำนวน 15 ล้านบาท ทีเหลือ 4 ปี ปีละ 5 ล้านบาท)
  • ตามแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2566-2570) ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2556 จำนวน 615 ล้านบาท  แยกเป็น
    • โครงการศึกษาและออกแบบพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหุบผาสรรค์ จำนวน 15 ล้านบาท 
    • โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหุบผาสวรรค์และพื้นที่โดยรอบ จำนวน 600 ล้านบาท

    การพัฒนาหุบผาสวรรค์นี้อยู่ ในโครงการเมืองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคุณภาพ ในยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวและบริการวิถีใหม่อย่างมีคุณภาพบนฐานอัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์ โดยมีผลที่คาดว่าจะได้รับ ดังนี้ 
    1. สถานที่ท่องเที่ยวได้รับการพัฒนาศักยภาพยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว
    2. มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมของ จ.ราชบุรี
    3. รายได้ของชุมชนมากขึ้น
    4. แหล่งท่องเที่ยวของ จ.ราชบุรี เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในกลุ่มคนไทยและชาวต่างประเทศ
    5. โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวมีการพัฒนามากขึ้น
    6. สถานที่ท่องเที่ยวได้มาตรฐานมากขึ้น
    7. สถานที่ท่องเที่ยวมีอัตลักษณ์และโดดเด่น
    โดยมีตัวชี้วัดคือ ร้อยละของจำนวนนักท่องเที่ยว และร้อยละของรายได้ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ


    The Story ของหุบผาสวรรค์
    เรื่องย่อ : เรื่องราวเริ่มต้นมาจากการก่อตั้ง "สำนักปู่สวรรค์" ตามมติของโลกวิญญาณ  คือ พรหมโลก เทวโลก นรกโลก โดยมอบให้พระวิญญาณของพระโพธิสัตว์หลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด ) เป็นประธานสำนักปู่สวรรค์ในโลกมนุษย์ ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังษี เป็นองค์อำนวยการสำนักปู่สวรรค์ในโลกมนุษย์ และดวงพระวิญญาณท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ เป็นที่ปรึกษาและเจ้าพิธีการของสำนักปู่สวรรค์ในโลกมนุษย์ โดยอาศัยร่าง อาจารย์สุชาติ โกศลกิติวงศ์ บรมครูผู้ซึ่งมีกรรมพัวพันและมีพลังจิตสูง เป็นสื่อกลางในการติดต่อระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ และเป็นร่างทรงของดวงพระวิญญาณทั้ง 3 องค์ อ.สุชาติฯ ได้เริ่มเข้าทรงเพื่อรักษาคนป่วยด้วยน้ำมนต์และสมุนไพรตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา โดยจัดตั้งเป็น "สำนักปู่สวรรค์" โดยมีที่ตั้งสำนักครั้งสุดท้ายที่ซอยจตุรงค์สงคราม ถ.เพชรเกษม เขตบางแค กทม. สำนักปู่สวรรค์นี้ บริหารงานภายใต้ มูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์

    ต่อมาทางโลกวิญญาณได้ประเมินว่า ปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่ในโลกยังไม่เข้าซึ้งถึงธรรมะของแต่ละศาสนาที่ตนเองนับถือ โลกวิญญาณจึงมีบัญชาให้ อ.สุชาติ โกศลกิติวงศ์ เดินทางมุ่งหน้าไปหาสถานที่อันสงบเหมาะสมที่จะปฏิบัติจิตศึกษาธรรมะ ต่อมาเดือน พ.ค.2513 อ.สุชาติ กับสามเณรรูปหนึ่ง จึงเดินทางสู่จังหวัดราชบุรี มุ่งหาสถานที่ตามบัญชาของโลกวิญญาณ ก็เดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งเรียกกันในถิ่นนั้นว่า "เทือกเขาเสือหมอบ" (เขาถ้ำพระ) ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ดอนทราย อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี 

    เขาถ้ำพระถูกสร้างขึ้นเป็น "อาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา" เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ.2513 โดย อ.สุชาติ โกศลกิติวงศ์ และคณะสานุศิษย์สำนักปู่สวรรค์ เพื่อให้เป็นสถานที่สร้างสันติภาพโลก และดำเนินการตามอุดมการณ์ข้อหนึ่งใน 10 ข้อที่สำนักปู่สวรรค์ยึดมั่นคือ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และสันติภาพเป็นสรณะ โดยได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร (น.อ.สมภพ ภิรมย์ เป็นอธิบดี) อนุญาตให้ ศ.ดร.คลุ้ม วัชโรบล อุปนายกมูลนิธิชินนะปูโตอนุสรณ์ ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้ตามอุดมการณ์เพื่อสันติสุขในประเทศไทยและโลกมนุษย์ และต่อมาได้ใช้เป็นที่ตั้งของสำนักงานของสมาคมศาสนาสัมพันธ์อีกด้วย (ในปี พ.ศ.2516 อ.ุสุชาติ ได้รับการแต่งตั้งเป็น ทูตสันติภาพแห่งโลกวิญญาณ และ พ.ศ. 2518 ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมศาสนาสัมพันธ์)

    ในขณะนั้น โลกกำลังเผชิญสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์ กับเสรีประชาธิปไตย เสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้น หุบผาสวรรค์เมืองศาสนาซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ดำเนินการเพื่อความเป็นเอกราชของชาติไทย ด้วยการรณรงค์อย่างแข็งขันเพื่อสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกมนุษย์ รวมถึงต้องต่อสู้กับอิทธิพลนายทุน ที่ทำการระเบิดหินในพื้นที่ เพื่อที่จะอนุรักษ์ไว้ซึ่งเทือกเขาที่เป็นแหล่งประวัติศาสนาทางพุทธศาสนาในแหลมสุวรรณภูมิ

    การดำเนินงานของหุบผาสวรรค์ ทำให้มีผู้ที่เสียประโยชน์เป็นจำนวนมาก จึงมีสร้างข่าวบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิด  หุบผาสวรรค์เมืองศาสนาต้องถูกกลั่นแกล้งและประสบมรสุมขนาดใหญ่ 2 ครั้งในปี พ.ศ.2525 และอีกครั้งในปี พ.ศ.2534  อ.สุชาติฯ ผู้ก่อตั้งหุบผาสวรรค์ ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีถึง 7 คดี (ต่อมาถึงที่สุด ทุกคดีศาลตัดสินยกฟ้องทั้งหมด) คดีสุดท้ายคือถูกกล่าวหาว่าบุกรุกโบราณสถาน ศาลฎีกาพิพากษาว่า ไม่มีเจตนาบุกรุก เพราะมีหลักฐานการอนุญาตจากกรมศิลปากรให้ใช้พื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม หุบผาสวรรค์เมืองศาสนาก็จำต้องยุติการดำเนินงานลงในที่สุด

    การสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และประติมากรรม บนเขาถ้ำพระในหุบผาสวรรค์ สื่อความว่า พระศาสดาแต่ละศาสนาล้วนก่อตั้งศาสนาขึ้นมาเพื่อสร้างสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ เป็นการสร้างภราดรภาพทางศาสนา นำพลังศาสนามาสร้างสันติสุข ไม่ใช่การรวมศาสนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และประติมากรรมที่สำคัญในหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา ประกอบด้วย
    1. สันติเจดีย์ (บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ) ณ ยอดเขาถ้ำพระ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เคยมีการจัดพิธีสักการะทุกวันที่ 19 ของเดือน
    2. พระพุทธถวายเนตรนิรภัยทุกทิศ  (ปางถวายเนตร สูง 9 เมตร หันพระพักตร์ไปทางสันติเจดีย์)
    3. องค์สมมติพระเยซูคริสต์ประทานพร (สูง 9 เมตร หันพระพักตร์ไปทางสันติเจดีย์)
    4. องค์พระพิฆเนศ (สูง 9 เมตร หันพระพักตร์ไปทางสันติเจดีย์)
    5. พระแม่กวนกิม (สูง 9 เมตร หันพระพักตร์ไปทางสันติเจดีย์)
    6. พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช 
    7. ถ้ำสิงห์มงคลบุญบำรุง (ลงพลังจิตผ้ายันต์พิทักษ์เอกราช)
    8. หอประชุมสันติภาพ
    9. ศาลาชินนะปูโตอนุสรณ์
    10. พระพุทธคันธาราษฎร์
    11. หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด (ถ้ำสาลิกา)
    12. พระเสาร์ทรงเสือ(ผู้อำนวยพรแก่การกสิกรรม)
    13. หอระฆังสันติภาพ
    หลังจาก อาณาจักรหุบผาสวรรค์ล่มสลาย ต่อมา วันที่ 10 มิ.ย.2535 กรมธนารักษ์ได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดของหุบผาสวรรค์ให้กรมการศาสนาดำเนินการต่อ มีการเปลี่ยนชื่อสำนักหุบผาสวรรค์ เป็น "สถาบันส่งเสริมและพัฒนาการพระศาสนา" และต่อมาในปี 2545 ก็เปลี่ยนเป็น "สถาบันพระสังฆาธิการ" ในปัจจุบัน มีฐานะเทียบเท่ากอง ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 

    การปะท้วงของชาวราชบุรี ที่ต่อต้านหุบผาสวรรค์

    The Story ของอาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา นี้ แลดูเป็นสีเทา ๆ  สามารถมองได้หลายแง่มุม มีทั้งคนที่ศรัทธาและคนที่ต้อต้าน ขึ้นอยู่ว่าจะเลือกมองมุมไหน หนังสือหลายเล่มที่พิมพ์ออกมาตีแผ่ข้อเท็จจริงของหุบผาสวรรค์ในปี พ.ศ.2524 เช่น ผีบุญแห่งหุบผาสวรรค์ ผีบุญสุชาติแห่งหุบผานรก และวันสิ้นชาติไทย  ส่งผลให้อาณาจักรหุบผาสวรรค์เมืองแห่งศาสนาต้องล่มสลายในที่สุด 

    และปัญหาต่อมาในการที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ก็คือ จะนำเสนอข้อมูลต่อนักท่องเที่ยวในแง่มุมใด หุบผาสวรรค์เป็นพระเอกที่ถูกกลั่นแกล้ง หรือ เป็นผู้ร้ายที่ถูกยกย่อง ปรัชญาของศาสนา สันติภาพ และโลกวิญญาณ จะผูกร้อยเรื่องราวอย่างไรผ่านหุบผาสวรรค์ แห่งนี้ 

    ทำไม? ถึงเลือกหุบผาสวรรค์
    คำถามถูกตั้งขึ้นมาในใจ ทำไม? ถึงเลือกพัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยใช้เงินงบประมาณสูงถึง 650 ล้านบาท แล้วจะทำอะไรกันบ้าง 


    เมื่อ 5 พ.ย.2562 นายเทวัญ ลิปภพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะลงพื้นที่ตรวจราชการที่สถาบันพระสังฆาธิการ และร่วมประชุมหารือการพัฒนาพื้นที่เขาถ้ำพระและ "หุบผาสวรรค์" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ อ.ปากท่อ โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ส.ส.ราชบุรี ในเขตพื้นที่เข้าร่วมประชุมด้วย (อนุมานว่านางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ น่าจะเป็นแรงสำคัญในการผลักดัน) ในที่ประชุมมีแนวคิดนำเสนอ "การสร้างรถราง และกระเช้าเชื่อมต่อชมความสวยงามทั้ง 3 หุบเขาของหุบผาสวรรค์ ได้แก่ หุบเขาที่ตั้งพระเยซู หุบเขาที่ตั้งพระพุทธรูปยืน และหุบเขาที่ตั้งของสันติเจดีย์ เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของราชบุรี" ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณจำนวน 600 ล้านบาท ในการดำเนินการดังกล่าว

    หลังจากนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา ได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.ราชบุรี เมื่อปลายปี พ.ศ.2563 ก็พยายามผลักดันการพัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวมาโดยตลอด 

    วันที่ 19 ต.ค.2564 นายพงษ์พันธ์ แสงสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการบริหารราชการและส่งเสริมการท่องเที่ยว และคณะของ อบจ.ราชบุรี ลงพื้นที่สถาบันพระสังฆาธิการ (หุบผาสวรรค์)  หลังได้รับการประสานจากนายธานี พิกุลทอง ผู้อำนวยการสถาบันพระสังฆาธิการ ให้ทาง อบจ.ราชบุรี สนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของหุบผาสวรรค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ราชบุรี ต่อไป

    ต่อมาวันที่ 26 พ.ย.2564 อบจ.ราชบุรี ก็ประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2566-2570) วางแผนใช้งบประมาณการพัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 615 ล้านบาทในปี พ.ศ.2566  

    ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค.2564-1 ม.ค.2565 นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี ก็จัดงาน  "คืนถิ่นวัฒนธรรมหุบผาสวรรค์" โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาพื้นที่หุบผาสวรรค์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

    การพัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ของ อ.ปากท่อ ในครั้งนี้ ผู้ที่เป็นแรงผลักดันคนสำคัญ จึงน่าจะเป็นนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี และ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ 

    ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
    การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าแหล่งใดก็ตาม นับว่าเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น แต่ในท่ามกลางวิกฤตงบประมาณของประเทศในอนาคตที่มีอยู่อย่างจำนวนจำกัด การใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก ระดับเป็น 100 ล้านบาทขึ้นไป จึงควรต้องระมัดระวัง ไตร่ตรองให้รอบครอบ   การใช้เงิน 650 ล้านบาทพัฒนาหุบผาสวรรค์ในครั้งนี้ ควรต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้และความสำเร็จของโครงการ ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ความคุ้มค่าในการลงทุน และความสามารถในการดำรงอยู่ของการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว  การศึกษาตามแนวคิดองค์ประกอบการท่องเที่ยวทั้ง 6 ประการ (6A) ของหุบผาสววรค์นี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจและนำมาพิจารณา ได้แก่
    1. ทรัพยากรการท่องเที่ยว (Attraction) ทรัพยากรการท่องเที่ยวของหุบผาสวรรค์ ต้องสามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ มีลักษณะชวนตา ชวนใจ มีเสน่ห์เฉพาะตัว 
    2. การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว (Accessibility) นักท่องเที่ยวต้องสามารถเดินทางเข้าถึงหุบผาสวรรค์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย มีป้ายบอกทางชัดเจน สภาพถนนมีมาตรฐาน รองรับยานพาหนะได้อย่างหลากหลายรูปแบบ และมีไฟฟ้าส่องสว่าง
    3. สิ่งอำนวยความสะดวก (Amenity) หุบผาสวรรค์ต้องมีความสะดวกสบายในการท่องเที่ยว มีสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานในการท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ เช่น ไฟฟ้า น้ำ  สัญญาณโทรศัพท์ 
    4. ที่พักแรม (Accommodation) มีที่พักแรมที่ใกล้กับหุบผาสวรรค์ หรือหุบผาสวรรค์อาจจัดให้มีบริการที่พัก หรือที่กางเต้นท์ในพื้นที่หุบผาสวรรค์เอง
    5. กิจกรรม (Activity) กิจกรรมการท่องเที่ยวที่หุบผาสวรรค์จัดให้มีขึ้น ต้องน่าสนใจ มีความเหมาะสมและปลอดภัย
    6. การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว (Ancillary Service) หุบผาสวรรค์ต้องมีบริการด้านต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น  ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก  ห้องน้ำ-ห้องสุขา ตู้ ATM ฯลฯ
    องค์ประกอบทั้ง 6 ประการ นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการพัฒนาหุบผาสวรรค์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ งบประมาณการพัฒนาที่สูงมากถึงจำนวน 650 ล้านบาทนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เพื่อสร้างรถรางขึ้นเขาและกระเช้าเชื่อม 3  หุบเขาเป็นสำคัญ*** (หมายเหตุ *** เป็นการอนุมานส่วนตัว เพราะไม่มีรายละเอียดโครงการที่เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ) ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นแค่เพียงทรัพยากรที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ชั่วคราว แต่ไม่ใช่เสน่ห์ที่แท้จริงของหุบผาสวรรค์  

    แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ควรมีความร่มเย็น มีธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งที่สงบทางจิตใจ สะท้อนให้เห็นถึงอารยะธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นดั้งเดิม 

    Break Even Point
    หากทางราชการทุ่มงบประมาณแผ่นดินจำนวน 650 ล้านบาท เพื่อพัฒนาหุบผาสวรรค์ ซึ่งถือเป็นงบลงทุน เราลองมาคำนวณ จุดคุ้มทุน (Break Even Point) แบบง่าย ๆ กันดูว่าจะมีหน้าตาจะเป็นอย่างไร โดยตั้งสมมติฐาน ไว้ว่า
    • รายจ่าย
      • รายจ่ายเงินลงทุนในปี 2566 จำนวน 630 ล้านบาท และในอีก 4 ปีต่อไป ปีละ 5 ล้านบาท
      • ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวหุบผาสวรรค์ โดยสถาบันพระสังฆาธิการ ปีละ 1 ล้านบาท
    • รายได้ 
      • จ.ราชบุรี มีรายได้จากการท่องเที่ยวหุบผาสวรรค์ ปีละ 20 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดบริการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

    หากลองคำนวณจุดคุ้มทุนตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ดังกราฟด้านบน จะพบว่าการลงทุนทุ่มเงินงบประมาณจำนวน 650 ล้านบาท ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหุบผาสวรรค์ครั้งนี้ จะไปคุ้มทุนในปี พ.ศ.2601 หรืออีก 36 ปีข้างหน้า 

    หากดูตัวเลขแบบนี้ ก็น่าจะพอยอมรับได้ แต่หมายถึง จ.ราชบุรี ต้องมีรายได้จากการท่องเที่ยวหุบผาสวรรค์ อย่างน้อย ปีละ 20 ล้านบาท 

    การใช้งบประมาณแผ่นดิน ภายใต้วิกฤติการด้านเศรษฐกิจและงบประมาณของประเทศ ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง จึงอยากให้ข้าราชการพึงวางแผนการใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่ามากที่สุด ใช้อย่างชาญฉลาด อย่าใช้ตามความคิดและความอยากของตนเอง ที่สำคัญพึงใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน  

    *****************
    เขียนโดย
    พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
    ผู้อำนวยการสถาบันราชบุรีศึกษา
    4 ก.พ.2565

    อ้างอิง
    • Super User. (2556). ประวัติหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา. สวรรค์รำลึก.  [Online]. Available : http://poosawan.org/index.php/2013-07-29-04-11-22/80-2013-07-29-03-04-18. [2565 กุมภาพันธ์ 3].
    • Super User. (2556). นำชมหุบผาสวรรค์เมืองศาสนา. สวรรค์รำลึก.  [Online]. Available : http://poosawan.org/index.php/2013-07-29-04-11-22/80-2013-07-29-03-04-18. [2565 กุมภาพันธ์ 3].
    • กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2564). ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเยือนหุบผาสวรรค์ในอดีต ปัจจุบันคือสถาบันพระสังฆาธิการ.ธรรมนำโลก.  [Online]. Available : https://thamnamlok.com/ผอ-สำนักงานพระพุทธศาสนา/. [2565 กุมภาพันธ์ 3].
    • Thai PBS. (2563). ล้มอาณาจักรหุบผาสวรรค์ : ความจริงไม่ตาย (2 ธ.ค. 63).  [Online]. Available : https://www.youtube.com/watch?v=VawuMBTH910. [2565 กุมภาพันธ์ 4].

    วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565

    เจาะลึกแผนพัฒนา จ.ราชบุรี 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) : ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวและบริการวิถีใหม่ฯ 12,660.6 ล้านบาท

    จังหวัดราชบุรีได้จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2566-2570 โดยมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทุกแห่ง ผู้แทนองค์กรภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในพื้นที่ จำนวน 2 ครั้ง เมื่อ เดือน ส.ค.และ ก.ย.2564 หลังจากนั้นเสนอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.รบ.) เมื่อ 13 ก.ย.2564 และได้ผ่านการประชุมหารือและประชาคมระดับจังหวัดเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว จึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ.2566-2570 เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา จ.ราชบุรี ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนต่อไป

    สำหรับแผนพัฒนาจังหวัดราชบุรี (พ.ศ.2566-2570) ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ 6 แผนงาน 127 โครงการ เสนอความต้องการงบประมาณตลอดระยะเวลา 5 ปี ไว้จำนวนทั้งสิ้น 13,774,673,655 ล้านบาท

    ในยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างมูลค่าและคุณค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวและบริการวิถีใหม่อย่างมีคุณภาพบนฐานอัตลักษณ์ชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ความต้องการงบประมาณ ตามแผนงานที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว (56 โครงการ) ความต้องการงบประมาณ 12,660,620,500 บาท (คิดเป็นร้อยละ 91.91) สามารถแยกได้ตามหน่วยราชการที่เสนอขอใช้งบประมาณ ดังนี้

    คำชี้แจง 
    โครงการหรือกิจกรรมใดที่มี *** หมายถึง เห็นควรที่จะมีทบทวนและพิจารณาถึงความจำเป็นของโครงการใหม่ อาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด เนื้อหา และวิธีการ บางโครงการฯ ขาดความทันสมัย ความร่วมสมัย ขาดความความสอดคล้องกับแผนพัฒนาอื่น ๆ และบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่จะได้จากโครงการหรือกิจกรรม ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ขอใช้ ท่ามกลางความขัดสนทางด้านงบประมาณของประเทศ จึงต้องมีการทบทวนอย่างจริงจัง (ความเห็นนี้เป็นความเห็นของสถาบันราชบุรีศึกษาในเชิงวิชาการเท่านั้น ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มหรือบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น)

    สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี
    สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการเมืองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคุณภาพ 
      • การจัดงานเทศกาลแสงไฟและสื่อประสม*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 15,500,000 บาท (4 ปีแรก ปีละ 3,000,000 บาท ปีสุดท้าย 3,500,000 บาท)
      • การจัดงานเทศกาลแสงไฟและสื่อประสมในงานประจำปี*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,500,000 บาท (4 ปีแรก ปีละ 1,000,000 บาท ปีสุดท้าย 1,500,000 บาท) 
      • พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวสู่ประสบการณ์การกีฬาแบบ Trail Virual Run*** (Travel and Gamification) ขอใช้งบประมาณจำนวน 11,500,000 บาท (ปีแรก 7,000,000 บาท 3 ปีต่อมาปีละ 1,000,000 บาท ปีสุดท้าย 1,500,000 บาท)
      • กิจกรรมการพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,250,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,050,000 บาท)
      • การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ในพื้นที่หุบผาสวรรค์*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 35,000,000 บาท (ปีแรก 15,000,000 บาท 4 ปีต่อมา ปีละ 5,000,000 บาท)
      • การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์ในพื้นที่อุทยานหินเขางู*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 22,500,000 บาท (ปีแรก 6,500,000 บาท 4 ปีต่อมา ปีละ 4,000,000 บาท)
    2. โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มอัตลักษณ์ชุมชนอย่างสร้างสรรค์
      • กิจกรรมการจัดงานเซรามิกราชบุรี ขอใช้งบประมาณจำนวน 15,500,000 บาท (4 ปีแรก ปีละ 3,000,000 บาท ปีสุดท้าย 3,500,000 บาท)
    3. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
      • พัฒนากิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนแบบคาร์บอนต่ำ*** (Low Carbon Tourism) ขอใช้งบประมาณจำนวน 9,000,000 บาท (ปีแรก 5,000,000 บาท 4 ปีต่อมา ปีละ 1,000,000 บาท)
    4. โครงการเชื่อมโยงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน BCG model
      • ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน BCG model *** ขอใช้งบประมาณจำนวน 2,500,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 500,000 บาท)
      • พัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
      • จัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยง BCG Model*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (ปีแรก 2,000,000 บาท ปี 2 และ 3 ปีละ 1,000,000 บาท ปี 4 และ 5 ปีละ 500,000 บาท)
      • กิจกรรมด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท) 
    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี
    สำนักงานวัฒนธรรม จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มอัตลักษณ์ชุมชนอย่างสร้างสรรค์
      • กิจกรรมยกระดับวัฒนธรรมการแต่งกายกลุ่มชาติพันธ์ุเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยวชุมชนวิถีใหม่ภายใต้กรอบ BCG Model  ขอใช้งบประมาณจำนวน 4,300,000 บาท (ปีแรก 3,500,000 บาท 4 ปีหลัง ปีละ 200,000 บาท)
      • กิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวชุมชนด้วยมิติทางวัฒนธรรม จ.ราชบุรี ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
      • กิจกรรมมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ จ.ราชบุรี ขอใช้งบประมาณจำนวน 12,500,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 2,500,000 บาท)
      • กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ขอใช้งบประมาณจำนวน 1,500,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 300,000 บาท)
    สำนักงานจังหวัดราชบุรี
    สำนักงาน จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง*** ขอใช้งบประมาณจำนวน 25,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 5,000,000 บาท)
    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี
    สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ขอใช้งบประมาณจำนวน 2,240,000 บาท (รวม 4 ปีแรก ปีละ 560,000 บาท ปีสุดท้ายไม่ใช้)
    2. โครงการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน***  ขอใช้งบประมาณ 5,451,500 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,090,300 บาท) (น่าจะซ้ำกับข้อ 1)
    สำนักงานพัฒนาชุมชน อ.เมืองราชบุรี
    สำนักงานพัฒนาชุมชน อ.เมืองราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. ปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขอใช้งบประมาณจำนวน 8,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,600,000 บาท)
    2. ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ *** ขอใช้งบประมาณจำนวน 750,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 150,000 บาท)
    3. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ขอใช้งบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 200,000 บาท)
    โรงพยาบาลสวนผึ้ง
    โรงพยาบาลสวนผึ้ง เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการพัฒนาศักยภาพการให้บริการทางกายภาพบำบัด ขอใช้งบประมาณจำนวน 8,750,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,750,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.สวนผึ้ง
    ที่ทำการปกครอง อ.สวนผึ้ง เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานวัฒนธรรมไทยตะนาวศรี ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.ดำเนินสะดวก
    ที่ทำการปกครอง อ.ดำเนินสะดวก เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานเทศกาลผลไม้และของดี อ.ดำเนินสะดวก ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    2. จัดงานเทศกาลองุ่นหวานและของดีดำเนินสะดวก ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท) (น่าจะซ้ำกับ ข้อ 1)
    ที่ทำการปกครอง อ.จอมบึง
    ที่ทำการปกครอง อ.จอมบึง เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานท่องเที่ยวสืบสานประเพณีของดี อ.จอมบึง ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.โพธาราม
    ที่ทำการปกครอง อ.โพธาราม เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    2. การจัดงานแสดงศิลปวัฒนธรรมหนังใหญ่ วัดขนอน ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.บ้านโป่ง
    ที่ทำการปกครอง อ.บ้านโป่ง เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยและของดีบ้านโป่ง  ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.บางแพ
    ที่ทำการปกครอง อ.บางแพ เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานเทศกาลกินกุ้งและของดีอำเภอบางแพ  ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.บ้านคา
    ที่ทำการปกครอง อ.บ้านโป่ง เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานสับปะรดหวานบ้านคา ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    ที่ทำการปกครอง อ.ปากท่อ
    ที่ทำการปกครอง อ.ปากท่อ เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. การจัดงานวันมะม่วงและของดีอำเภอปากท่อ ขอใช้งบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 1,000,000 บาท)
    สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรี
    สำนักงานเกษตร จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างสร้างสรรค์
      • กิจกรรมการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวสู่มูลค่าเพิ่มผลไม้ท้องถิ่น ขอใช้งบประมาณจำนวน 2,100,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 420,000 บาท)
    สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี
    สำนักงานประมง จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างสร้างสรรค์
      • กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านประมงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  ขอใช้งบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 200,000 บาท)
    สำนักงานเกษตร อ.เมืองราชบุรี
    สำนักงานเกษตรอ.เมืองราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างสร้างสรรค์
      • กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ขอใช้งบประมาณจำนวน 500,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 100,000 บาท)
    สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรี
    สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.ราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการพัฒนาการคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานสู่แหล่งท่องเที่ยวใน จ.ราชบุรี 
      • การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพอเนกประสงค์ริมน้ำ รวมทุกโครงการ ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 13,180,000 บาท
    แขวงทางหลวงราชบุรี
    แขวงทางหลวงราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการพัฒนาการคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานสู่แหล่งท่องเที่ยวใน จ.ราชบุรี 
      • เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง ติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ปรับปรุงจุดเสี่ยง รวมทุกโครงการ ขอใช้งบประมาณจำนวน 1,022,400,000 บาท (รวมทั้ง 5 ปี แต่ละปีไม่เท่ากัน)
    2. โครงการก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดิน
      • ทางหลวง หนองหอย-เตาปูน ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 50,000,000 บาท
      • ทางหลวง ห้วยศาลา-จอมบึง ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 50,000,000 บาท
    3. โครงการยกระดับมาตรฐานขั้นทาง รวมทุกโครงการ ขอใช้งบประมาณจำนวน 1,135,500,000 บาท (รวมทั้ง 5 ปี แต่ละปีไม่เท่ากัน)
    แขวงทางหลวงชนบทราชบุรี
    แขวงทางหลงชนบทราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการปรับปรุงทางหลวงเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ
      • ปรุบปรุงถนนลาดยาง ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง รวมทุกโครงการ ขอใช้งบประมาณจำนวน  357,720,000 บาท (รวมทั้ง 5 ปี แต่ละปีไม่เท่ากัน)
    2. โครงการยกระดับมาตรฐานขั้นทาง 
      • ปรับปรุงถนนลาดยาง รวมทุกโครงการ ขอใช้งบประมาณจำนวน 2,499,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 499,800,000 บาท)
    3. โครงการก่อสร้างทางหลวงชนบทเพื่อสนับสนุนโครงการพระราชดำริและโครงการหลวง
      • ปรับปรุงถนนลาดยาง ขอใช้งบประมาณจำนวน 105,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 21,000,000 บาท)
    4. การพัฒนาและปรับปรุงทางและสะพานเพื่อสนับสนุนทารถไฟทางคู่ ขอใช้งบประมาณจำนวน 331,920,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 66,384,000 บาท)
    5. การก่อสร้างถนนและสะพานตามแผนพัฒนาภาค ขอใช้งบประมาณจำนวน 770,000,000 บาท (รวม 5 ปี แต่ละปีไม่เท่ากัน)
    6. โครงการซ่อมบำรุงตามกำหนดเวลา  ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 134,500,000 บาท
    7. โครงการอำนวยความปลอดภัยและปรับปรุงแก้ไขบริเวณเสี่ยงอันตราย
      • อำนวยความปลอดภัยและปรับปรุงแก้ไขบริเวณเสี่ยงอันตราย ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 180,310,000 บาท
      • ติดตั้งไฟส่องสว่าง ขอใช้งบประมาณจำนวน 683,400,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 136,680,000 บาท)
      • ปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตราย ขอใช้งบประมาณจำนวน 2,295,000,000 บาท (รวม 5 ปี ปีละ 459,000,000 บาท)
    8. โครงการขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
      • ก่อสร้าง/ประบปรุงถนน ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 106,000,000 บาท
    องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี
    องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    1. โครงการบำรุงรักษาซ่อมแซมถนนและไหลทาง รวมทุกโครงการ ขอใช้งบประมาณจำนวน 309,098,000 บาท (รวมทั้ง 5 ปี แต่ละปีไม่เท่ากัน)
    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เสนอขอความต้องการงบประมาณรวมตลอด 5 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ดังนี้
    • โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี  ขอใช้งบประมาณในปี พ.ศ.2566 จำนวน 7,800,000 บาท
    จากการที่ได้จำแนกงบประมาณที่ต้องการใน 5 ปีข้างหน้า ของแต่ละส่วนราชการแล้ว จะทำให้มองเห็นชัดได้ว่าทิศทางการพัฒนาแต่ละด้านในอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง ชาวราชบุรีที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง หรือกำลังจะคิดประกอบอาชีพใหม่ พึงได้ใช้โอกาสหรือช่องทางการส่งเสริมต่าง ๆ  ตามแผนพัฒนาฯ นี้ ให้เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพให้มากที่สุด เพราะงบประมาณที่ส่วนราชการนั้น ๆ ใช้จ่ายทั้งหมด  ล้วนมาจากภาษีของพวกเราทั้งสิ้น 

    บทความที่เกี่ยวข้อง
    *****************
    รวบรวมและเรียบเรียงโดย
    สถาบันราชบุรีศึกษา
    29 ม.ค.2565




    บทความที่ได้รับความนิยม