แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกระเบิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกระเบิด แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งที่ลูกระเบิดจม

สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกของประเทศไทยที่สร้างข้ามแม่น้ำแม่กลองกลางเมืองราชบุรี เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เพราะต้องการหลีกเหลี่ยงการก่อสร้างตะม่อใต้น้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ลูกระเบิดทั้ง 7 ลูก ที่ยังจมอยู่ เกิดการระเบิดขึ้นมาได้ ดังนั้น คำว่า "สะพานขึง" กับ "ลูกระเบิด" จึงเป็นคำที่เป็นตำนานคู่กัน ของเรื่องราวที่จะเล่าขานสืบต่อกันไป

ภาพจำลองการวางทุ่นลอยน้ำถาวร
แสดงตำแหน่งลูกระเบิดและหัวรถจักรที่จม

เนื้อหา
  • มันจมอยู่ตรงไหน
  • มาตรฐานสากลระบบทุ่นลอยน้ำ
  • ประเภททุ่นลอยที่ควรติดตั้ง
  • เป็นสากลและเกิดจินตนาการ
  • ใครจะเป็นเจ้าภาพหลัก
  • ขอให้สำเร็จโดยเร็ว

มันจมอยู่ตรงไหน
หากใครไปยืนชมวิวสะพานขึงทางรถไฟใหม่ หรืออาจนั่งรถไฟผ่าน ก็จะมองไปยังแม่น้ำแม่กลองบริเวณใต้สะพาน แล้วมักจะถามว่า "ลูกระเบิดมันจมอยู่ตรงไหน" เมื่อก่อนตอนเริ่มค้นหา ก็จะมีทุ่นลอยกลม ๆ สีแดง หรือสีส้ม ผูกให้เห็นอยู่ แต่มันเป็นเพียงทุ่นลอยชั่วคราว นานไปก็มักชำรุด เชือกขาด สูญหายไปตามกาลเวลา เดี๋ยวนี้อาจไม่มีให้เห็นแล้ว

ที่มาของภาพ (Suchart Chantrawong. 2562)

ตำแหน่งลูกระเบิดทั้ง 7 ลูกและตำแหน่งของหัวรถจักรที่จมอีก  1 หัว มีการบันทึกพิกัดไว้อย่างชัดเจน  ตามภาพด้านบน (อ่านเพิ่มเติม ตำแหน่งที่พบลูกระเบิด) หากเรามีการติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรระบุตำแหน่งได้ ก็จะช่วยสร้างอรรถรสในการชมสะพานขึง มากยิ่งขึ้น

มาตรฐานสากลระบบทุ่นลอยน้ำ
มาตรฐานสากลระบบทุ่นลอยน้ำและระบบช่วยนำทางอื่น ๆ (Maritime Buoyage System and Other Aids to Navigation) ซึ่งกำหนดโดย International Association of Marine Aids to Navigation and Lighthouse Authorities (IALA) แบ่งประเภทออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
  1. เครื่องหมายแยกพื้นที่อันตราย (Isolated Danger Mark) เครื่องหมายนี้ จะสร้างไว้ใกล้กับบริเวณแหล่งน้ำที่มีอันตรายต่อการเดินเรือที่อยู่โดยรอบ จะแสดงขอบเขตของอันตรายและระยะการเดินเรือที่ปลอดภัย 
  2. เครื่องหมายทางน้ำที่ปลอดภัย (Safe Water Marks) เครื่องหมายนี้ แสดงขอบเขตของช่องทางเดินเรือที่ปลอดภัย  
  3. เครื่องหมายพิเศษ (Special Marks) เครื่องหมายพิเศษใช้เพื่อระบุพื้นที่พิเศษ หรือลักษณะพื้นที่ที่อาจปรากฏชัดจากแหล่งอ้างอิงหรือหลักฐานทางทะเลอื่น ๆ 
  4. เครื่องหมายอันตรายที่เกิดขึ้นใหม่ (Marking New Dangers) เครื่องหมายนี้ แสดงถึงอันตรายใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ทั้งโดยธรรมชาติ หรือที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งอาจยังไม่ปรากฏในเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเดินเรือ
  5. เครื่องหมายอื่นๆ (Other Marks) หมายถึงเครื่องหมายเพื่อช่วยการนำทางแบบอื่น ๆ อาจไม่จำเป็นเกี่ยวกับการจำกัดช่องทาง หรือสิ่งกีดขวาง
ประเภททุ่นลอยที่ควรติดตั้ง
ตำแหน่งลูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จมอยู่ทั้งเจ็ดลูก ถือว่าเป็น "อันตรายที่เกิดขึ้นใหม่" ดังนั้นทุ่นลอยน้ำจึงควรเป็นประเภทเครื่องหมายอันตรายที่เกิดขึ้นใหม่ (Marking New Dangers) ซึ่งมีลักษณะและคุณสมบัติตามภาพด้านล่าง (IALA.2009 : 18)

ภาพทุ่นลอยน้ำแสดงถึงอันตรายที่เกิดขึ้นใหม่  ของ IALA
ที่มาของภาพ (Ship Inspection. 2565)

ภาพทุ่นลอยน้ำแสดงตำแหน่งเรือจม หรือซากปรักหักพังใต้น้ำ
ใช้พลังงานโซล่าเซลล์ ส่งสัญญาณไฟกระพริบที่เป็นสากล

ทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งของลูกระเบิดที่จมทั้ง 7 ทุ่น โดยเปลี่ยนข้อความจาก WRECK เป็น BOMB ส่วนทุ่นลอยน้ำถาวรที่แสดงตำแหน่งการจมของหัวรถจักร อีก 1 ทุ่น เปลี่ยนข้อความเป็น ENGINE 

เป็นสากลและเกิดจินตนาการ
หากมีการติดตั้งทุ่นลอยถาวรตามที่กล่าวมาแล้ว จะเป็นประโยชน์หลายประการ อาทิ
  • ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพราะเป็นไปตามมาตรฐานสากลเกี่ยวกับระบบทุ่นลอยน้ำและระบบช่วยนำทางอื่น ๆ ของ IALA
  • นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ เกิดภาพจินตนาการเกี่ยวกับเหตุการณ์การทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ชัดเจน  มีความเข้าใจ และเกิดอรรถรสมากยิ่งขึ้น
  • เป็นการรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ที่เดินทางสัญจรไปมาทางเรือ
  • สร้างบรรยากาศให้สะพานขึงทางรถไฟมีความน่าสนใจและมีจุดดึงดูดมากยิ่งขึ้น
ใครจะเป็นเจ้าภาพหลัก
หากคิดว่าการติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งที่ลูกระเบิดจม จะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของราชบุรีในอนาคต หน่วยงานที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการวางทุ่นลอยประเภทต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมเจ้าท่า  ซึ่งสามารถขอคำปรึกษา แนะนำ ให้ช่วยออกแบบ ประมาณการค่าใช้จ่าย และติดตั้งให้ได้ ส่วนหนวยงานใดในราชบุรี จะเป็นเจ้าภาพหลัก เรื่องนี้แหละสำคัญกว่า

หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของราชบุรี ก็คือ สะพานขึงทางรถไฟ แน่นอน ย่อมเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่การพัฒนาองค์ประกอบโดยรอบของแหล่งท่องเที่ยว เช่น การติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรในครั้งนี้ จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานไหน จะเป็น สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยจังหวัดราชบุรี หรือเทศบาลเมืองราชบุรี หรือเทศบาลตำบลหลักเมือง หรือต้องถึงมือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่จะต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการตั้งเรื่อง จัดทำแผนงาน และของบประมาณไปตามขั้นตอน อันนี้ คงต้องช่วยกันคิด

ที่มาของภาพ
(โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร. 2565)

ขอให้สำเร็จโดยเร็ว
การติดตั้งทุ่นลอยน้ำถาวรแสดงตำแหน่งที่ลูกระเบิดและหัวรถจักรที่จมนี้ อาจจะมีคนคิดไว้แล้ว ก็ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จโดยเร็วก่อนที่สะพานขึงทางรถไฟจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของราชบุรี มีความพร้อมและสมบูรณ์ เกิดความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง
*********************************
พลตรี ดร.สุชาต จันทรวงศ์
ผู้อำนวยการสถาบันราชบุรีศึกษา 
5 ก.ค.2565

ที่มาข้อมูล
  • Suchart Chantrawong. (2562). ตำแหน่งที่พบลูกระเบิด. [Online]. Available : http://r-edu-institute.blogspot.com/2019/06/blog-post_7.html. [2565 กรกฎาคม 5].
  • Ship Inspection. (2565). Marking new dangers. [Online]. Available : http://shipinspection.eu/marking-new-dangers/. [2565 กรกฎาคม 5].
  • Wikipedia. (2565). Safe water mark. [Online]. Available : https://en.wikipedia.org/wiki/Safe_water_mark. [2565 กรกฎาคม 5].
  • International Association of Marine Aids to Navigation and Lighthouse Authorities (IALA). (2009). Maritime Buoyage System and Other Aids to Navigation. France : Saint Germain en Laye.
  • โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร. (2565). Extradosed Bridge  [Online]. Available : https://www.facebook.com/southernlinetrackdoublingproject/photos/3221120944809306. [2565 กรกฎาคม 5].

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

What is next step? สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกที่ราชบุรีใกล้เสร็จแล้ว : เตรียม นั่งกินลม ชมสะพานขึง ดูระเบิด ชมหัวรถจักร

สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างข้ามแม่น้ำแม่กลองเพื่อหนีลูกระเบิด 7 ลูก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงจมอยู่ใต้แม่น้ำแม่กลองบริเวณตัวเมืองราชบุรี ได้ประกอบพิธีเชื่อมต่อช่วงสุดท้ายบรรจบสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลอง ไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2565 แสดงว่าการก่อสร้างเกือบเสร็จแล้ว จึงนับเป็นโอกาสของ จ.ราชบุรี ที่จะมีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกของประเทศไทย
ข้ามแม่น้ำแม่กลองที่ จ.ราชบุรี 

เนื้อหา
  • สร้างสตอรี่ มีกิจกรรม
  • พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จุดศูนย์รวมความรู้
  • นั่งกินลม ชมสะพานขึง ดูระเบิด ชมหัวรถจักร 
  • พาชมเมืองเก่าราชบุรี
  • เตรียมตัวกันหรือยัง
  • ไฮไลท์ - รื้อฟื้นการเดินทางด้วยเรือ
  • สร้างตลาดน้ำริมเขื่อน
  • ลานคนเมือง
  • What is next step?

สร้างสตอรี่ มีกิจกรรม
หลายคนคงคิดเหมือน ๆ กันว่า เราจะต้องสร้างสตอรี่ และกิจกรรมที่จะทำให้สะพานขึงทางรถไฟแห่งแรกนี้ เป็นที่น่าสนใจ จนหลาย ๆ คน ต้องบรรจุไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยว อยากมาเยี่ยมเยือน และถ่ายรูปสักครั้งหนึ่ง อย่างเช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว ใน จ.กาญจนบุรี 

ประกอบกับเมืองราชบุรี ได้รับการอนุรักษ์เป็นเขตเมืองเก่า และกำลังสร้างโอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำ ที่จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่อีกแห่งหนึ่งด้วย  ดังนั้น สะพานขึง ลูกระเบิด หัวรถจักร เมืองเก่า และโอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำ เป็นคำสำคัญทั้งหมด ที่ต้องมีการร้อยเรียงเรื่องราว เขียนสตอรี่ที่ดี น่าตื่นเต้น เร้าใจ และสอดคล้องกัน ผนวกกับต้องมีกิจกรรมประกอบต่าง ๆ  ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเกิดความประทับใจ 

พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จุดศูนย์รวมความรู้
สถานที่ที่ควรจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของ จ.ราชบุรี คือ บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีหลังเก่าริมน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของค่ายทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้นด้วย ปัจจุบันกำลังก่อสร้างเป็น "ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี" (ตามโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเพื่อยกระดับการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกลุ่มทวารวดี)  ในศูนย์ฯ แห่งนี้ ควรจัดแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของ จ.ราชบุรี  เพื่อเป็นจุดศูนย์รวมความรู้พื้นฐานด้านประวัติศาสตร์สำหรับนักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และผู้ที่สนใจ ใช้เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมสะพานขึง และเที่ยวชมเมืองเก่าราชบุรีต่อไป  


ภาพประกอบ : พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศอื่น ๆ

ภาพประกอบ : พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศอื่น ๆ

ภาพประกอบ : การสร้างบรรยากาศสงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศอื่น ๆ

ภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์ ควรจัดให้มีโต๊ะทรายจำลองเหตุการณ์ใน จ.ราชบุรี ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีภาพถ่าย อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เศษซากกระสุน ลูกระเบิด และข้าวของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้น มีการจัดนิทรรศการทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง สร้างบรรยากาศให้เหมือนในสมัยสงคราม มีการออกแบบให้ทันสมัย น่าสนใจ พร้อมมีมัคคุเทศก์คอยบรรยายให้ความรู้อย่างมีอรรถรส 

แผนที่เมืองราชบุรี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
จัดทำโดย นายสละ จันทรวงศ์

ตัวอย่าง โต๊ะทราย ใช้บรรยายให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจฟัง
(ภาพจาก อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ)


ลูกระเบิดต่าง ๆ ที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
พิพิธภัณฑ์ทุ่นระเบิดของประเทศเวียดนาม

นั่งกินลม ชมสะพานขึง ดูระเบิด ชมหัวรถจักร 
จุดชมสะพานขึง ที่สวยงามและสามารถถ่ายภาพได้เต็มความกว้างของสะพาน มองเห็นตำแหน่งของลูกระเบิดที่จมทั้ง 7 ลูก และหัวรถจักรอีก 1  หัว ได้อย่างชัดเจน  คือ บริเวณจวนผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรีหลังเก่าริมน้ำ (ปัจจุบันกำลังก่อสร้างเป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี ) และอีกจุด คือ บริเวณหน้าสโมสรนายทหาร ฝั่งค่ายภาณุรังษี  ทั้ง 2 จุดนี้ ในตอนเย็น ๆ จะเห็นดวงอาทิตย์ตกดินทางด้านหลังสะพานขึงอีกด้วย 

ในบริเวณจุดชมวิวนี้ ควรสร้างบรรยากาศ และจุดถ่ายรูปให้เหมือนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ แถมในฝั่งค่ายภาณุรังษี ยังมีศาลหลักเมืองราชบุรีให้สักการะ และพิพิธภัณฑ์ทหารช่าง ให้เยี่ยมชมอีกด้วย สำหรับบรรดาร้านอาหาร ร้านกาแฟ ต่าง ๆ ที่อยู่ริมน้ำทางด้านท้ายน้ำ ก็สามารถสร้างบรรยากาศการตลาดแบบ  "นั่งกินลม ชมสะพานขึง" ให้ลูกค้ามานั่งกินแบบชิล ๆ ได้เช่นกัน

พาชมเมืองเก่าราชบุรี
คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ราชบุรีเป็นเมืองเก่า เมื่อ 11 เม.ย.2560 ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี "ว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า พ.ศ. 2546" ปัจจุบัน มี "คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าราชบุรี" กำลังจัดทำแผนแม่บทและผังแม่บท แนวทาง แผนปฏิบัติ และมาตรการต่างๆ ในการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเขตเมืองเก่าราชบุรี โดยมี ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ราชบุรี เป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ

ขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าราชบุรี

หากลองสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณเขตพื้นที่เมืองเก่าราชบุรี และพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำแม่กลองโดยรอบ จะพบสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดังนี้
  • ราชบุรีฝั่งซ้าย - ศาลหลักเมืองราชบุรี ประตูเมืองและกำแพงเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ทหารช่าง วัดท้ายเมือง วัดอมรินทราราม วัดพญาไม้
  • ราชบุรีฝั่งขวา - วัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม วัดศรีชมภูราษฎร์ศรัทธาราม วัดสัตนารถปริวัตร ตลาดริมน้ำโคยกี๊ สนามหญ้า หอนาฬิกา เขื่อนรัฐประชาพัฒนา โอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี วัดศรีสุริยวงศ์ ศาลเจ้าพ่อกวนอู หลวงพ่อแก่นจันทร์ (วัดช่องลม) พระปรางค์และหลวงพ่อมงคลบุรี (วัดมหาธาตุวรวิหาร) พระปรางค์และพระนอนใหญ่ (วัดอรัญญิกาวาส) 
เตรียมตัวกันหรือยัง
สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ ควรต้องมีการเตรียมวางแผนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาเยี่ยมชมสะพานขึงแห่งแรกของประเทศไทย และถือโอกาสแวะไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอื่น ๆ ดังนั้น จึงควรต้องมีเจ้าภาพที่ทำหน้าที่บูรณการ ประสานงาน กำหนดทิศทาง มาตรฐาน และการบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเขตเมืองเก่าราชบุรี และพื้นที่โดยรอบ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความประทับใจต่อนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน 

หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าของพื้นที่ อย่างเช่น ททท.ราชบุรี ท่องเที่ยวและกีฬาราชบุรี วัฒนธรรมราชบุรี เทศบาลเมืองราชบุรี เทศบาลตำบลหลักเมือง ทหาร ตำรวจ เจ้าของสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้ง โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ต้องมีการทำงานร่วมกัน สร้างเส้นทางการท่องเที่ยวและกิจกรรมให้น่าสนใจ อย่างสอดคล้องและต่อเนื่องกัน ยกระดับมาตรฐานและการบริการท่องเที่ยวให้เป็นสากล 

ไฮไลท์ - รื้อฟื้นการเดินทางด้วยเรือ
วิธีการที่จะให้นักท่องเที่ยวเดินทางชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ชมวิวสะพานขึง หรือเดินทางข้ามไปข้ามมาระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งน่าจะเป็นไฮไลน์ใหม่ที่สำคัญ ที่จะทำให้การท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่าราชบุุรี มีจุดเด่นและดึงดูดความสนใจแก่นักท่องเที่ยวได้มากยิ่งขึ้น คือ การเดินทางด้วยเรือ 

บรรยากาศการเดินทางด้วยเรือ หน้าเมืองราชบุรี ในสมัยก่อน

เรือแจว เมืองราชบุุรี

เรือหางยาว เมืองราชบุรี

การเดินทางด้วยเรืออย่างแรกที่นึกถึงก็คือ เรือแจว ซึ่งสมัยก่อนเขตเมืองราชบุรีนี้ มีอาชีพพายเรือจ้าง พายเรือแจว ขับเรือโดยสารหางยาว ขับเรือยนต์ อยู่จำนวนมาก แต่ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว เพราะมีสะพานรถยนต์และถนนเข้ามาแทน หากรื้อฝืนกลับมาได้เพื่อการท่องเที่ยว ก็จะช่วยเพิ่มสีสันให้เมืองเก่าราชบุรี และความมีชีวิตชีวาให้แม่น้ำแม่กลองได้อย่างลงตัว  แถมก่อให้เกิดอาชีพใหม่แก่คนเมืองราชบุรีอีกด้วย

การเดินทางด้วยเรือแจว

การท่องเที่ยวด้วยเรือแจว

ตัวอย่าง เรือ Gondola อัตลักษณ์ของ Venice 

เรืออีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยม และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ คือ เรือคายัค ซึ่งสามารถนำมาให้บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ตามโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และ ร้านกาแฟริมน้ำแม่กลองได้ นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัค ท่องเที่ยวไปสถานที่ต่าง ๆ ชมวิวริมน้ำสองฝั่งแม่กลอง และชมวิวสะพานขึง ได้อย่างอิสระ

นักท่องเที่ยวพายเรือคายัคชมสะพาน

เรือคายัคที่มีไว้ให้บริการตามโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟริมน้ำ
 
สร้างบรรยากาศตลาดน้ำริมเขื่อน 
สร้างบรรยากาศตลาดน้ำริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา โดยใช้แพ 10 หลัง ที่สร้างขึ้นให้เกิดประโยชน์ จำลองรูปแบบการค้าขายทางน้ำ ให้เหมือนบรรยากาศของตลาดน้ำดำเนินสะดวก โดยจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งของตลาดโคยกี๊ ยามเย็น 

สร้างบรรยากาศตลาดน้ำริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา

สร้างตลาดน้ำริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา
โดยใช้ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นต้นแบบ

ลานคนเมือง 
จัดพื้นที่ลานริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนาด้านทิศตะวันตก (ด้านติดกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี) ให้เป็น "ลานคนเมือง" เปิดพื้นที่ให้มีการชุมนุมและทำกิจกรรมสาธารณะที่หลากหลายตามอัธยาศัย และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจคลายเครียดของคนเมืองราชบุรี นักท่องเที่ยวสามารถมาร่วมแจมและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้

ลานคนเมือง ริมเชื่อนรัฐประชาพัฒนา

ลานคนเมือง ของจังหวดอื่น ๆ

What is next step? 
ผมไม่ได้ทราบข่าวประชาสัมพันธ์ใด ๆ เลยว่า จ.ราชบุรี มีแผนการจัดการและการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองราชบุรีอย่างไร หลังจากที่ สะพานขึงทางรถไฟแลนด์มาร์คแห่งใหม่ เปิดใช้งานแล้ว หรืออาจจะมีแผนอยู่แล้ว แต่ผมตกข่าว

ที่ผมเขียนมานี้ เป็นเพียงจินตนาการส่วนตัวของผมเอง หากยังไม่มีใครคิดทำ ก็ขอให้รีบคิดรีบทำเสีย เหมือนอย่างที่จังหวัดอื่น ๆ เขาคิดแล้วก็รีบทำ เพราะทั้งหมดนี้มันต้องใช้เวลา และต้องใช้ความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนของสังคม 

ลองตั้ง "คณะทำงานที่เป็นจิตอาสาขึ้นมาพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่าราชบุรี" ดูสักคณะซิครับ  โดยประกอบจากผู้แทนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้มีเวทีเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำกัน เพื่อทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองราชบุรีไปด้วยกัน ผู้คนเหล่านี้จะได้มีความรู้สึกหวงแหนและรักษ์ราชบุรี อย่างแท้จริง

พลตรี ดร.สุชาต  จันทรวงศ์
ผู้อำนวยการสถาบันราชบุรีศึกษา
30 มิ.ย.2565

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562

ตรรกะที่แตกต่าง - ลูกระเบิดทั้ง 7 ที่ราชบุรี

ลูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวน 7 ลูก ที่พบใต้น้ำบริเวณสะพานจุฬาลงกรณ์ ซึ่งสำรวจพบชัดเจนแล้วเมื่อปลายปี พ.ศ.2561 จนป่านนี้ ยังไม่มีวี่แววว่าจะเก็บกู้ได้เมื่อใด ที่วางแผนไว้ต้นปี พ.ศ.2563 ก็ไม่แน่ใจแล้วว่าจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ 



ตรรกะที่แตกต่าง
ถ้าไม่รู้ ไม่เป็นไร แต่ถ้ารู้ ต้องเก็บกู้ทันที
ในประเทศที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหราชอาณาจักรอังกฤษ เมื่อใดที่มีการพบลูกระเบิดตกค้างอยู่ภายในประเทศ รัฐบาลจะรีบดำเนินการเก็บกู้ในทันที โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าลูกระเบิดที่พบเหล่านี้ จะเกิดระเบิดขึ้นเมื่อใด ยิ่งอยู่ในเขตชุมชนเมืองแล้วยิ่งต้องรีบดำเนินการเป็นการเร่งด่วน 

แต่ที่ราชบุรี...ประเทศไทย กลับไม่เป็นเช่นนั้น ส่วนราชการกลับปล่อยให้ลูกระเบิดใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ ทั้ง 7 ลูก นอนนิ่งใต้น้ำกลางเมืองราชบุรี กลายเป็นมฤตยูมืดที่ไม่รู้จะเกิดระเบิดขึ้นเมื่อใด การเก็บกู้ถูกเลื่อนออกไปด้วยข้ออ้างหลายเรื่อง จนกระทั่งการรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลองใหม่เป็นสะพานแขวนแทน เพื่อหลีกเหลี่ยงการสร้างตะม่อกลางน้ำ เพราะมิเช่นนั้นทางรถไฟรางคู่จะเปิดใช้งานไม่ทันตามสัญญาที่กำหนดไว้กับรัฐบาล ส่วนทางจังหวัดราชบุรีจะเก็บกู้ลูกระเบิดแล้วเสร็จเมื่อใดนั้น ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการสร้างรางรถไฟรางคู่อีกต่อไป

จนถึงวันนี้ ส่วนราชการของ จ.ราชบุรี จึงแลดูไม่ไส่ใจเป็นพิเศษที่จะรีบเร่งดำเเนินการเก็บกู้ลูกระเบิดโดยเร็ว เพราะไม่มีแรงกดดันจากการสร้างทางรถไฟรางคู่ จึงปล่อยให้การเก็บกู้ดำเนินการไปตามขั้นตอนราชการปกติ ซึ่งแนวโน้มจะยืดเยื้อและล่าช้า และยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่า งบประมาณในการเก้บกู้จำนวนหลายล้านบาท จะนำมาจากไหน และพร้อมจะเก็บกู้ได้เมื่อไหร่ 

ชาวราชบุรี อยู่ที่ไหนกัน
เรื่องนี้ ประชาชนชาวราชบุรีเอง ก็แทบไม่มีใครใส่ใจ ส่วนราชการว่าอย่างไรก็เอาอย่างนั้น ไม่มีปาก ไม่มีเสียง ไม่มีการกระทำใดๆ ที่จะเร่งรัดหรือกระตุ้นให้ทางราชการรีบเร่งดำเนินการเก็บกู้ลูกระเบิดอย่างจริงจัง สื่อมวลชนของราชบุรีที่มีอยู่หลายสำนัก ก็แทบไม่ค่อยได้กระตุ้นเรื่องนี้อย่างจริงจัง เช่นกัน   
       

แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2558
แผนมีไว้ให้ใช้ยามเกิดเหตุการณ์  แต่ดูว่า จ.ราชบุรี จะยังไม่มีแผนใดๆ มาอ้างอิงเพื่อใช้ในการปฏิบััติการเก็บกู้ลูกระเบิดครั้งนี้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ต่างคน ต่างคิด ต่างทำ ต่างเสนองบประมาณ หลากหลายรูปแบบที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

อย่าตีความเพราะไม่อยากรับผิดชอบ
ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2558 นิยามคำว่า สาธารณภัย หมายถึง อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาดสัตว์น้ำ การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอื่นๆ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทำให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ และให้หมายรวมถึงภัยทางอากาศ และการก่อวินาศกรรมด้วย 

อ่านแล้วคงไม่ต้องตีความอีก "ลูกระเบิดทั้ง 7 ลูก" คือ "สาธารณภัย"  อย่างแน่นอน โปรดอย่าตีความเพราะความไม่อยากรับผิดชอบ ตอนนี้ เราพบลูกระเบิดแล้ว ซึ่งอาจเกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายหรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ จึงต้องมีการจัดการสาธารณภัยโดยทันที  ไม่ใช่ปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนานเช่นนี้    



ระดับการจัดการสาธารณภัย 4 ระดับ 
ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 แบ่งระดับการจัดการสาธารณภัยออกเป็น 4 ระดับ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ประชากร ความซับซ้อน หรือความสามารถในการจัดการสาธารณภัย ตลอดจนศักยภาพด้านทรัพยากร ได้แก่
  • สาธารณภัยขนาดเล็ก  (ผอ.อำเภอ,ท้องถิ่น และหรือ ผช.ผอ.กรุงเทพฯ ควบคุมและสั่งการ)
  • สาธารณภัยขนาดกลาง (ผอ.จังหวัด,ผอ.กรุงเทพฯ ควบคุม สั่งการ และบัญชาการ)
  • สาธารณภัยขนาดใหญ่ (ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ควบคุม สั่งการ และบัญชาการ)
  • สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ควบคุม สั่งการ และบัญชาการ)
หากถามว่า ลูกระเบิด 7 ลูก เป็นสาธารณภัยขนาดใด ยังไม่มีใครตอบได้ หากถือเป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่ ผู้ที่ต้องควบคุม สั่งการ และบัญชาการ ก็คือ ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ นั่นหมายถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามตำแหน่งนั่นเอง 
   


ตรรกะวันนี้ ลูกระเบิด 7 ลูก คือ สาธารณภัย ที่ต้องเร่งดำเนินการจัดการเก็บกู้อย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ดำเนินการตามขั้นตอนปกติของทางราชการ เห็นควรใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เป็นกฏหมายหลักในการจัดการ และใช้ แผนการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558  เป็นแนวทางในการปฏิบัติ


Plan for Disaster Now

********************************
ชาติชาย คเชนชล : 18 ก.ย.2562

      

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สะพานแขวนข้ามแม่น้ำแม่กลอง Landmark ราชบุรี แห่งใหม่

เป็นที่ทราบชัดเจนแล้วว่า การเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดใต้สะพานจุฬาลงกรณ์จำนวน 7 ลูกนั้น กว่าจะลงมือกันได้ก็คงล่าช้าไปถึงต้นปี พ.ศ.2563 ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย พิจารณาแล้วหากเป็นเช่นนี้โครงการรถไฟทางคู่ กรุงเทพฯ-ชุมพร ซึ่งต้องแล้วเสร็จในสิ้นปี 2563 คงเปิดใช้งานไม่ทันตามกำหนด  เพราะไม่สามารถสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลองได้ทันเวลา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ตามที่วางไว้ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย พ.ศ.2558-2565  

สะพานภูมิพล 1 ยาว 702 เมตร สะพานภูมิพล 2 ยาว 582 เมตร
ก่อสร้างโดย: TNNS Joint Venture, Taisei, Nishimatsu, NKK และ Sino Thai.
ตัดสินใจสร้างสะพานแขวน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างสะพานจากเดิม ซึ่งคล้ายกับสะพานจุฬาลงกรณ์ เปลี่ยนรูปแบบใหม่เป็น "สะพานแขวน" แทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องก่อสร้างตะม่อกลางน้ำให้ไปรบกวนลูกระเบิดทั้ง 7 ลูกอีกต่อไป ส่วนการกู้ระเบิดก็ปล่อยให้ จ.ราชบุรี หาทางเก็บกู้กันต่อไปตามกำหนดเวลา 

ทราบว่าปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการออกแบบใกล้เสร็จแล้ว ซึ่งสถาปัตยกรรมของสะพานแขวนแห่งใหม่นี้ หน้าตาจะเป็นอย่างไร จะผสมผสานและกลมกลืนกับความเป็น "เมืองเก่าราชบุรี" (ดูรายละเอียดเมืองเก่าราชบุรี) ได้แค่ไหนคงต้องคอยติดตามกันต่อไป  

ขอบเขตเมืองเก่าราชบุรี
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ เมืองเก่าราชบุรี
การก่อสร้างสถาปัตยกรรรมใดๆ ในเขตเมืองเก่าราชบุรี จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจาก "คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าราชบุรี"  ซึ่งมี สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ราชบุรี เป็นหน่วยงานเจ้าเรื่องในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ  

คาดว่าอีกไม่นานนี้ สะพานแขวนข้ามแม่น้ำแม่กลอง Landmark ราชบุรี แห่งใหม่นี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยคงจะเสนอรูปแบบให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะดำเนินการสร้างต่อไป 

สะพานพระราม 8 ความยาว: 475 เมตร
ก่อสร้างโดย: Buckland & Taylor
อย่าลืมชาวราชบุรี
หวังว่า ทางคณะอนุกรรมการฯ เมืองเก่าราชบุรี คงจะให้ชาวราชบุรีได้มีส่วนร่วมในการประชาพิจารณ์ต่อรูปแบบของสะพานแขวนแห่งใหม่นี้ ไม่มากก็น้อย เพราะสะพานแขวนแห่งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ที่ยืนตระหง่านคู่บ้านคู่เมืองราชบุรี ไปอีกนานแสนนาน


*******************************
จุฑาคเชน : 17 มิ.ย.2562

ที่มาของภาพ 

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

บทความทางวิชาการ : การเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ จ.ราชบุรี

บทความทางวิชาการ เรื่อง การเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ จ.ราชบุรี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อ บันทึกเหตุการณ์และแนวทางการดำเนินการเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จมอยู่บริเวณใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ จ.ราชบุรี ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจ.ราชบุรี และประเทศไทย และยังถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญในแวดวงการเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดของโลกอีกด้วย



บทความนี้ มุ่งประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้มีความรู้และความเข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย บทความย่อยต่างๆ ดังนี้
ท่านผู้สนใจศึกษาสามารถเข้าไปคลิก เพื่ออ่านรายละเอียดในแต่ละบทความย่อยที่สนใจได้ และหากท่านใดมีข้อสงสัย หรือข้อเสนอแนะที่คิดว่าเป็นประโยชน์ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่ใต้บทความนั้นๆ 

*****************************
ผู้จัดทำ
สถาบันราชบุรี 13 มิ.ย.2562  

ความเป็นมาและความสำคัญ

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2560 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทาง กับบริษัทผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือกด้านราคาทั้ง 9 สัญญา ประกอบด้วย ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ, ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ, ช่วงนครปฐม-หัวหิน, ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ และ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร รวมระยะทาง 702 กม. มูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น รวม 69,531,000,000 บาท

การก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 169 กม. แบ่งออกเป็น 2 สัญญา คือ
  • สัญญาที่ 1 ช่วงนครปฐม-หนองปลาไหล วงเงิน 8,198,000,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน บริษัท เอ เอส แอสโซซิเอส เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้าง 
  • สัญญาที่ 2 ช่วงหนองปลาไหล-หัวหิน วงเงิน 7,520,000,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน โดย บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้าง
โดยมีกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร (Construction Supervision Consultancy Services : CSCS) เป็นที่ปรึกษา


โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – หัวหิน จะอยู่ในช่วง กม.47+700 ถึง กม.140+700 ระยะทางประมาณ 93 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม – ชุมพร ของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย พ.ศ.2558-2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งระบบราง สนับสนุนการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รองรับจำนวนผู้โดยสารและปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ และแผนการพัฒนาต่างๆ ของรัฐบาล ที่สนับสนุนให้มีการใช้ระบบขนส่งระบบราง เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ลดมลพิษ ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และสามารถประหยัดการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว


โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-หนองปลาไหล
ที่มา (การรถไฟแห่งประเทศไทย. 2561)

ในโครงการก่อสร้างดังกล่าว จะมีการก่อสร้างสะพานรถไฟคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 82 สะพาน สะพานรถไฟเหล็กข้ามแม่น้ำแม่กลอง 1 สะพาน สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) 12 แห่ง และสะพานกลับรถ (U-Turn Bridge) 19 แห่ง 



ในการก่อสร้างสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำแม่กลอง จำนวน 1 สะพาน ก็คือ สะพานรถไฟคู่ขนานกับสะพานจุฬาลงกรณ์เดิม บริเวณ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งจากข้อมูลหลักฐานเบื้องต้น บริษัทฯ ผู้รับจ้างทราบว่า มีลูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังไม่ระเบิดจมอยู่ใต้แม่น้ำแม่กลอง บริเวณแนวที่จะก่อสร้างสะพานรถไฟใหม่ ซึ่งหากมีการก่อสร้างสะพานแล้วอาจจะส่งผลให้ลูกระเบิดดังกล่าวเกิดระเบิดขึ้น เป็นอันตรายต่อการก่อสร้าง รวมทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน บ้านเรือน อาคาร สำนักงาน และสิ่งปลูกสร้างโดยรอบได้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทฯ ผู้รับจ้าง จึงได้เข้าหารือต่อ นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้ช่วยหาแนวทางในการเก็บกู้ลูกระเบิดดังกล่าว ก่อนที่จะดำเนินการก่อสร้างต่อไป 

แนวการก่อสร้างสะพานรถไฟทางคู่ใหม่


แนวการก่อสร้างสะพานรถไฟทางคู่ใหม่
ปรับปรุงจาก (การรถไฟแห่งประเทศไทย. 2561)

กระแสข่าวเรื่องการพบลูกระเบิดอากาศที่ยังไม่ระเบิด (Unexploded Bombs : UXBs) สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณใต้สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ กลายเป็นกระแสข่าวดัง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวเมืองราชบุรีที่อยู่โดยรอบหากเกิดการระเบิดขึ้นมา สื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และโซเซียลมีเดีย ต่างนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประมาณกลางเดือน สิงหาคม พ.ศ.2561 จนความทราบถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเก็บกู้ลูกระเบิดนั้นเสีย เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และไม่กีดขวางต่อการสร้างทางรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-หัวหิน ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่

ลูกระเบิดอากาศที่ยังไม่ระเบิด ที่จมอยู่ใต้สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์นี้ เป็นลูกระเบิดที่ตกค้างมาจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในต้นปี พ.ศ.2488 กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร ได้ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดประสงค์ทำลายสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ เพื่อตัดเส้นทางถอยทัพของกองทัพญี่ปุ่นจากประเทศพม่า ไปยังภาคใต้ของประเทศไทย ผ่านมาเลเซีย ไปยังฐานทัพใหญ่ของญี่ปุ่นที่ประเทศสิงคโปร์ สันนิษฐานว่าลูกระเบิดอากาศที่ถูกทิ้งลงมาเพื่อทำลายสะพานฯ บางลูกไม่ทำงาน จึงปรากฏอยู่ให้เห็นจนถึงปัจจุบันนี้ ในการสำรวจของกรมการทหารช่าง เมื่อปี พ.ศ.2548 พบลูกระเบิดอากาศดังกล่าวจำนวน 3 ลูก แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ทราบว่าเป็นลูกระเบิดชนิดใด

ลูกระเบิดอากาศที่พบนี้ ถือว่ายังมีอันตรายอยู่เสมอ พร้อมที่จะระเบิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ เมื่อกระบวนการทำงานครบสมบูรณ์ ไม่มีใครยืนยันได้ว่าลูกระเบิดนี้ด้าน จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (explosive ordnance disposal : EOD) หลายท่านต่างให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า ต้องตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า ลูกระเบิดเหล่านี้เป็นลูกระเบิดที่ยังไม่ทำงาน และพร้อมที่จะเกิดระเบิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้น การเก็บกู้และทำลายลูกระเบิด จึงมีความสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบ และมีความสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-หัวหิน เพราะไม่สามารถที่จะสร้างสะพานรถไฟคู่ขนานกับสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์เดิมได้ทันตามแผนงานที่กำหนดไว้ ส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย พ.ศ.2558-2565 เป็นส่วนรวม 

********************************

บทความที่ได้รับความนิยม